แนะนำหน่วยงาน

ประวัติความเป็นมา

สืบเนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช  2550 มาตรา  84(8) ได้กำหนดให้มีการคุ้มครองและรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรในการผลิต การตลาด การส่งเสริมสินค้าการเกษตรให้ผลตอบแทนสูงสุด รวมทั้งส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรในรูปแบบของสภาเกษตรกร เพื่อวางแผนเกษตรกรรมและรักษาผลประโยชน์ร่วมกันของเกษตรกร และสนับสนุนสิทธิการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการกำหนดนโยบายและวางแผนพัฒนาเกษตรกรรมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้รัฐรักษาเสถียรภาพด้านราคาและความมั่นคงในอาชีพเกษตรกร เพิ่มศักยภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้นทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นไปเพื่อเกษตรกรอย่างแท้จริง และมีกระบวนการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ด้านการปฏิบัติตามนโยบายเกษตรกรรมอันจะนำไปสู่การพัฒนาภาคเกษตรกรรมและระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต ประกอบมาตรา 303 (1) ได้บัญญัติให้รัฐจัดทำกฎหมายว่าด้วยสภาเกษตรกรให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งปี  นับแต่วันที่ คณะรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้ง คณะกรรมการยกร่างกฎหมายว่าด้วย สภาเกษตรกร โดยมี ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์) เป็นประธานกรรมการ และผู้อำนวยการกองนิติการ (ขณะนั้น) เป็นกรรมการและเลขานุการ เพื่อดำเนินการศึกษา และยกร่างกฎหมายว่าด้วยสภาเกษตรกร คณะกรรมการฯ ได้ยกร่างพระราชบัญญัติสภาเกษตรแห่งชาติ พ.ศ. 2553 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ให้หลักประกันสิทธิเสรีภาพในการคุ้มครอง รักษาผลประโยชน์เกี่ยวกับการผลิตและการตลาด เพื่อให้ผลิตผลทางการเกษตรได้รับผลตอบแทนสูงสุด และมีสภาสำหรับเกษตรกรในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตลอดจนเสริมสร้างสมานฉันท์ของเกษตรกรทั้งประเทศ ทำให้เกษตรกรมีความเข็มแข็ง และมีการรวมตัวกันอย่างเป็นเอกภาพ โดยสร้างเครือข่ายเกษตรกร นอกจากนี้ เกษตรกรสามารถจัดทำแผนแม่บทเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณากำหนดนโยบายให้สอดคล้องกับความต้องการ และสภาพปัญหาอันแท้จริง รวมทั้งให้เกษตรกรได้รับการพัฒนา ส่งเสริมให้ได้รับความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับเกษตรกรรมด้านต่างๆ ในการนี้ ได้มีการนำร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ออกไปรับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกร และผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ แต่ละภาค รวม 4 ภาค แล้วนำข้อมูลที่ได้จากการรับฟังความคิดเห็นมาปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติฯ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น และได้เสนอไปยัง สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ดำเนินการตามกระบวนการตรากฎหมาย ดังนั้น เพื่อให้บรรลุตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญในการจัดตั้งสภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อให้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของเกษตรกรในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับเกษตรกรรม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

          สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เริ่มก่อตั้งเป็นสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ตามบทเฉพาะกาลแห่งพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. 2553โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีสำนักงานในส่วนหนึ่งของสำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนถึงวันที่ 16 พฤศจิกายน 2555 ปัจจุบันสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งอยู่ที่อาคารศาลากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังเก่า ชั้น 2 ตำบลประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

2.วัตถุประสงค์

  1. ดำเนินการคุ้มครอง และรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกรในการผลิต และการตลาด เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด
  2. ส่งเสริมให้สินค้าเกษตร ได้รับผลตอบแทนสูงสุด รวมทั้งส่งเสริมการรวมกลุ่ม ของเกษตรกรในรูปของสภาเกษตรกร เพื่อวางแผนเกษตรกรรม และรักษาผลประโยชน์ร่วมกันของเกษตรกร
  3. เพื่อสนับสนุน การมีส่วนร่วมของเกษตรกร ในการกำหนดนโยบาย และวางแผนการพัฒนาเกษตรกรรม อย่างเป็นระบบ
  4. เพื่อให้รัฐรักษาเสถียรภาพด้านราคา และความมั่นคงในอาชีพเกษตรกร
  5. เพื่อเพิ่มศักยภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง อย่างต่อเนื่อง และเป็นไปเพื่อเกษตรกรอย่างแท้จริง และมีกระบวนการตรวจสอบ การใช้อำนาจรัฐด้านการปฏิบัติตาม นโยบายเกษตรกรรม อันจะนำไปสู่ การพัฒนาภาคเกษตรกรรม และระบบเศรษฐกิจโดยรวม ของประเทศ อย่างยั่งยืนในอนาคต

อำนาจหน้าที่

สภาเกษตรกรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตามพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ พ.ศ. 2553 มาตรา 33 มีอำนาจหน้าที่

  1. พัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรและองค์กรเกษตรกรภายในจังหวัด
  2. ประสานนโยบายและการดำเนินงานระหว่างองค์กรเกษตรกร เกษตรกร สถาบันวิจัย สถาบันการศึกษา และหน่วยงานของรัฐ
  3. ส่งเสริมและสนับสนุนการรวมกลุ่มขององค์กรเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร และยุวเกษตรกรในจังหวัด ในรูปแบบต่างๆ
  4. เสนอแผนพัฒนาเกษตรกรรมระดับจังหวัดต่อสภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อบูรณาการเป็นแผนแม่บทเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป
  5. สนับสนุนและส่งเสริมการศึกษา การฝึกอบรม และการถ่ายทอดเทคโนโลยีแก่เกษตรกร และยุวเกษตรกร เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพการเกษตรกรรมอย่างครบวงจรและยั่งยืน
  6. เสนอนโยบายและแนวทางในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับภาคเกษตรกรรม รวมทั้งราคาผลผลิตทางเกษตรกรรมที่ไม่เป็นธรรมต่อสภาเกษตรกรแห่งชาติ
  7. ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะนำแก่เกษตรกรหรือองค์กรเกษตรกร
  8. แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการใดๆ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามพระราชบัญญัตินี้
  9. ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจารกสภาเกษตรกรแห่งชาติ

สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตามพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแห่งชาติ  พ.ศ. 2553 มาตรา 38 มีอำนาจหน้าที่

  1. รับผิดชอบงานด้านธุรการ และทำหน้าที่เป็นเลขานุการของสภาเกษตรกรจังหวัด
  2. รวบรวม ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของสภาเกษตรกรจังหวัด
  3. ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกร และองค์กรเกษตรกรได้ทราบถึงนโยบาย และแผนพัฒนาเกษตรกรรมจังหวัด และการดำเนินงานของสภาเกษตรกรจังหวัด
  4. จัดให้มีระบบฐานข้อมูลและการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ผลงานการวิจัยและองค์ความรู้เกี่ยวกับการผลิต ผลผลิต การแปรรูป ผลิตภัณฑ์เกษตรกรรม รวมทั้งการตลาดทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ
  5. ประสานการดำเนินงานกับเกษตรกร องค์กรเกษตรกร และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
  6. จัดทำรายงานประจำปีของสภาเกษตรกรจังหวัด
  7. ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่สภาเกษตรกรแห่งชาติ และสภาเกษตรกรจังหวัดมอบหมาย