ขับเคลื่อนการเเก้ไขปัญหาด้านที่ดินทำกินในพื้นที่นิคมสหกรณ์บางสะพาน

0
65

 

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2562 สำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่ พร้อมคณะขับเคลื่อนการเเก้ไขปัญหาด้านที่ดินทำกินในพื้นที่นิคมสหกรณ์บางสะพาน นายนิตย์ ตันอนุพันธ์ นายณัชพร หนูแก้ว นายนันทปรีชา  คำทอง ประธานคณะทำงาน เข้าร่วมเสวนาการแก้ไขที่ดินทำกินในเขตนิคมสหกรณ์บางสะพาน โดยมีหน่วยงานราชการเข้าร่วม เกษตรอำเภอบางสะพาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ การยางแห่งประเทศไทยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ณ สหกรณ์นิคมบางสะพาน จำกัด โดยการเสวนาครั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน การแบ่งแยกที่ดินให้ทายาท กรณี เจ้าของที่ดิน เช่นพ่อแม่ เสียชีวิต การรับสิทธิประโยชน์ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และการดำเนินธุรกิจสหกรณ์ การแก้ไขกรณีที่ดินยังไม่เคยวัดรายแปลง (ตกสำรวจไม่มีผัง) สรุปจากการเสวนา ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินมีการจัดประชุมและเตรียมข้อมูลให้พร้อม นอกจากนี้ หน่วยงานราชการเข้าร่วมมาชี้แจ้ง เรื่องการประกันรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน ยางพาราอีกด้วยการเสวนาครั้งนี้ มีเกษตรกรเข้าร่วมฟังคำชี้แจงจากสหกรณ์จังหวัด หลังมีหนังสือแจ้งให้ผู้ทำกินในที่ดิน เข้าร่วมประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาการแบ่งที่ดินให้ทายาท กรณีเจ้าของที่ดินเสียชีวิต การรับสิทธิและประโยชน์จากรัฐบาล เพื่อเยียวยาผลผลิตทางการเกษตร การแก้ไขปัญหากรณีที่ดินยังไม่เคยรังวัดรายแปลงหรือตกสำรวจ ไม่มีในผัง เพื่อผลักกันให้หน่วยงานรัฐจัดสรรงบประมาณเพื่อทำการรังวัด
นายสุวัฒน์ ขันเชื้อ สหกรณ์จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชี้แจงว่าหลังจาก ส.ส. เขต 3 จ.ประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ เสนอในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เร่งรัดแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่นิคมสหกรณ์บางสะพาน ในพื้นที่ 9 ตำบล ของ อ.บางสะพาน และ อ.บางสะพานน้อย เนื่องจากที่ผ่านมานิคมสหกรณ์บางสะพานได้ขออนุญาตใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ ตามพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดินเพื่อการครองชีพ ตั้งแต่ พ.ศ.2511 เพื่อใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าไชยราช – คลองกรูด ป่าพุน้ำเค็ม กว่า 1.6 แสนไร่ มีประชาชน 7,000 ราย เข้าทำกิน 1.1 แสนไร่ หรือกว่า 9,000 แปลง ขณะนี้มีรายชื่อผู้ครอบครองรายแปลงทั้งหมด รายละไม่เกิน 50 ไร่ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าในการออกเอกสารสิทธ์มานานหลายสิบปี หากจะดำเนินการตามที่ประชาชนเรียกร้อง จะต้องเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี หลังจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอให้เพิกถอนพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เนื่องจากปัจจุบันมีประชาชนที่อาศัยมาก่อนการประกาศเขตป่าสงวน เข้าทำกินเต็มพื้นที่ แต่ที่ผ่านมายังมีปัญหาติดขัดมานานกว่า 40 ปี โดยเฉพาะเมื่อปี 2553 รัฐบาลยุคนายอภิสิทธิ์ได้เสนอเข้า คณะรัฐมนตรี แต่เกิดการยุบสภาไปก่อน จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่สามารถดำเนินการใดๆ เพื่อแปลงที่ดินให้เป็นทุน หลังการออกเอกสารสิทธิ์ และให้ประชาชนได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร เพื่อรับการช่วยเหลือจากนโยบายของรัฐบาล ทั้งสวนมะพร้าว สวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน ขณะนี้ได้เร่งรัดให้องค์การบริหารส่วนตำบล อีก 4 แห่งในพื้นที่ดังกล่าว เสนอญัตติเข้าที่ประชุมสภา เพื่อให้มีมติรับรองการใช้ที่ดินในเขตนิคมให้ครบถ้วน

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here